ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ
บาเยิร์น มิวนิค VS เชลซี
เวลาเตะ 01.45 น. วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2555
สนาม:อัลลิอันซ์ อารีน่า
ผลงานในลีก 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
บาเยิร์น
13/05/12 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 2-5 (กลาง) เดเอฟเบ โพคาล
05/05/12 ชนะ โคโลญจน์ 4-1 (เยือน)
28/04/12 ชนะ สตุ๊ตการ์ต 2-0 (เหย้า)
26/04/12 แพ้ เรอัล มาดริด 1-2 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ ลีก
21/04/12 ชนะ เบรเมน 2-1 (เยือน)
ฟอร์มเกมเหย้าในลีก – แข่ง 17 ชนะ 14 เสมอ 1 แพ้ 2 ได้ 49 เสีย 6 มี 43 แต้ม
เชลซี
13/05/12 ชนะ แบล็คเบิร์น 2-1 (เหย้า)
09/05/12 แพ้ ลิเวอร์พูล 1-4 (เยือน)
06/05/12 ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (กลาง) เอฟเอ คัพ
03/05/12 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-2 (เหย้า)
29/04/12 ชนะ คิวพีอาร์ 6-1 (เหย้า)
ฟอร์มเกมเยือนในลีก – แข่ง 19 ชนะ 6 เสมอ 7 แพ้ 6 ได้ 24 เสีย 22 มี 25 แต้ม
เส้นทาง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2011-2012 ของทั้ง2ทีม
บาเยิร์น
รอบรองชนะเลิศ :ชนะ รีล มาดริด 2-1 (เหย้า), แพ้ รีล มาดริด 1-2 (เยือน/ชนะดวลจุดโทษ 3-1)
รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ มาร์กเซย์ 2-0 (เยือน), ชนะ มาร์กเซย์ 2-0 (เหย้า)
รอบ 16 ทีมสุดท้าย : แพ้ บาเซิล 0-1 (เยือน), ชนะ บาเซิล 7-0 (เหย้า)
รอบ แบ่งกลุ่ม : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี 0-2 (เยือน), ชนะ บียาร์รีล 3-1 (เหย้า), ชนะ นาโปลี 3-2 (เหย้า), เสมอ นาโปลี 1-1 (เยือน), ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี 2-0 (เหย้า), ชนะ บียาร์รีล 2-0 (เยือน)
เพลย์ออฟ : ชนะ เอฟซี ซูริค 2-0 (เหย้า), ชนะ เอฟซี ซูริค 1-0 (เยือน)
เชลซี
รอบรองชนะเลิศ :ชนะ บาร์เซโลนา 1-0 (เหย้า), เสมอ บาร์เซโลนา 2-2 (เยือน)
รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ เบนฟิกา 1-0 (เยือน), ชนะ เบนฟิกา 2-1 (เหย้า)
รอบ 16 ทีมสุดท้าย : แพ้ นาโปลี 1-3 (เยือน), ชนะ นาโปลี 4-1 (เหย้า)
รอบ แบ่งกลุ่ม : ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า), แพ้ เลเวอร์คูเซน 1-2 (เยือน), เสมอ เกงค์ 1-1 (เยือน), ชนะ เกงค์ 5-0 (เหย้า), เสมอ บาเลนเซีย 1-1 (เยือน), ชนะ เลเวอร์คูเซน 2-0 (เหย้า)
สภาพความพร้อมล่าสุดของทั้ง2ทีม
จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค มีปัญหาให้แก้ไขเพิ่มอีก 3 จุดก็คือ การติดโทษแบนของสามคีย์แมนไล่มาตั้งแต่เซนเตอร์ฮาล์ฟ โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, แบ็กซ้าย ดาวิด อลาบาและกองกลางตัวเก็บบอลชั้นดีอย่าง หลุยส์ กุสตาโว่ ทำให้ต้องปรับผังตัวจริงอย่างน้อยสามจุดจากนัดพ่าย “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ เละเทะในรอบชิงดำของศึก เดเอฟเบ โพคาล เมื่อสัปดาห์ก่อน
ส่วนสองผู้เล่นแนวรับทั้ง ดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็นกับ เบรโน่ เจ็บเรื้อรังและไม่มีส่วนร่วมกับทีมมาพักใหญ่ก็เลยไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไร กับแมตช์ประวัติศาสตร์คราวนี้ โดย ไฮย์เกส เตรียมแก้ลำเฉพาะหน้าด้วยการส่ง อนาโตลี ติมอสชุค แข้งตัวเก๋าของ ยูเครน ทีมเจ้าภาพร่วมศึก “ยูโร 2012″ ลงคุมหลังบ้านคู่กับ เจอโรม บัวเต็ง ส่วนแบ็กซ้ายใช้ ดีเอโก้ คอนเทนโต้ ขัดตาทัพไปก่อน
แดนกลางการขาด กุสตาโว่ เปิดทางให้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงขับเคลื่อนเกมคู่กับ โทนี่ ครูส ส่วนแนวรุกในระบบ 4-2-3-1 มี ฟร้องค์ ริเบรี่ ที่เตรียมลงแก้มือหลังจากนัดชิงสองปีก่อนกับ อินเตอร์ มิลาน นั้น เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศสโชคร้ายติดโทษแบน ซึ่งตัวรุกหน้าบากจะประสานงานกับ อาร์เยน ร๊อบเบนและ โธมัส มุลเลอร์ โดยมี มาริโอ โกเมซ คอยปิดสกอร์
ทางด้าน เชลซี ภายใต้การคุมทัพของกุนซือรักษาการอย่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ที่ฝ่ากระแสวิจารณ์ด้วยการประเดิมฟาดแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปประดับตู้โชว์ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้ว ยกพลบุกเมืองเบียร์ด้วยสภาพความพร้อมที่ไม่ดีนัก เพราะในเบื้องต้นตัวแทนจากแดนผู้ดีมีนักเตะระดับกระดูกสันหลังของทีมติดโทษ แบนรวดเดียวถึง 4 ราย ประกอบด้วย กัปตันทีม จอห์น เทอร์รี่, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, รามิเรสและ ราอูล ไมเรเลส
นอกจากนั้น ดิ มัตเตโอ ต้องลุ้นให้คู่แนวรับสำรองอย่าง แกรี่ เคฮิลล์กับ ดาวิด ลุยซ์ รีดความฟิตให้ทันเวลาด้วย โดยปราการหลังวัยรุ่นทั้งสองรายเพิ่งกลับมาฝึกซ้อมแบบเต็มโปรแกรมได้เมื่อ วันอังคารหลังจากที่ก่อนหน้านี้พักฟื้นไข้เดี้ยงไปราว 3-4 สัปดาห์ ส่วน ฟลอร็องต์ มาลูด้า สิงห์อีซ้ายชาวฝรั่งเศสก็พึ่งจะสลัดคราบเดี้ยงบริเวณเอ็นหลังหัวเข่าได้เช่น กัน
ทำเอางานนี้เกมรับของ “สิงห์บลูส์” กระท่อนกระแท่นเต็มที แต่ถึงอย่างไรคาดว่าทั้ง เคฮิลล์กับ ลุยซ์ จะถูกเข็นลงเป็นคู่ปราการหลังตัวกลางในค่ำคืนนี้ เนื่องจากไม่เหลือทางเลือกอื่นแล้ว ส่วนแดนกลางมี แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงเดินเกมร่วมกับ โอบี มิเกลและ เอสเซียง ขณะที่สามประสานแนวรุกในกลยุทธ์ 4-3-3 วาง ซาโลมง กาลูกับ ฆวน มาตา คอยโจมตีจากด้านข้างและเปิดบอลให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ล่าแต้ม
คาดหมายผู้เล่นตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
บาเยิร์น : มานูเอล นอยเออร์ , ฟิลิปป์ ลาห์ม, อนาโตลี ติมอสชุค, เจอโรม บัวเต็ง, ดีเอโก้ คอนเทนโต้ – บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โทนี่ ครูส – อาร์เยน ร๊อบเบน, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ – มาริโอ โกเมซ
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก , โชเซ่ โบซิงวา, แกรี่ เคฮิลล์, ดาวิด ลุยซ์, แอชลี่ย์ โคล – แฟร้งค์ แลมพาร์ด, จอห์น โอบี มิเกล, ไมเคิ่ล เอสเซียง – ซาโลมง กาลู, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ฆวน มาตา
“เต้ย แม่กลอง”จัดเต็มบอลเด็ดไม่มีเม้ม!!!
บาเิยิร์น มิวนิค หมายมั่นปั้นมือเหลือเิกิน ว่าจะคว้าแชมป์นี้ให้ได้ เพราะผลงานในประเทศ โดน ดอร์ตมุนด์ กลบรัศมีสนิท แถมเล่นในบ้านด้วย สภาพนักเตะที่โดนแบนมี 3 คน โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, ดาวิด อลาบา และ หลุยส์ กุสตาโว ส่งผลกระทบบ้าง แต่ตัวหลัก ฟรองค์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเบน, บาสเตียน ไชวน์สไตเกอร์, มาริโอ โกเมซ พร้อมรบ ส่วน เชลซี ขาด จอห์น เทอร์รี, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, รามิเรส และ ราอูล เมยเรเลส ยังดีแดนหลัง มี แกร์รี เคฮิลล์ กับ ดาวิด ลุยซ์ กลับมาเสริมพอดี ส่วนแนวรุก ฆวน มาตา, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ดิดิเยร์ ดร็อกบา เทียบกันแล้ว ความจัดจ้านของ เสือใต้ ดีกว่า แถมได้เปรียบเล่นในถิ่น สิงบลูส์ อาจมีเกมรับเหนียวแน่น ในการพบกับ บาร์เซโลน่า แต่วันนี้จะต่างไป เพราะจะมาอุดอย่างเดียวไม่ได้ สุดท้า่ยแล้ว เชื่อว่า น่าจะเป็น เสือใต้ ที่เฉือน คว้าชัย รับแชมป์ สำเร็จ
ฟันธง : บา่เยิร์น ชนะ
Comments:1
Leave a Reply